วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

PSTC ใช้งบ 23.72 ลบ.ซื้อหุ้น 51% โรงไฟฟ้าชีวภาพ 0.95 MW ในบุรีรัมย์ 29 ต.ค. 2558 09:41

PSTC ใช้งบ 23.72 ลบ.ซื้อหุ้น 51% โรงไฟฟ้าชีวภาพ 0.95 MW ในบุรีรัมย์ 
29 ต.ค. 2558 09:41

บมจ.เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี (PSTC) เตรียมใช้เงิน 23.72 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้น 51% ในบริษัท นวรัตน์ บีเวอร์เรส จำกัด (นวรัตน์)ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานชีวภาพ (Biogas) จำนวน 1 โรงงาน ขนาด 0.95 เมกะวัตต์ (MW) ในจ.บุรีรัมย์ รวมทั้งสิทธิตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพในการทำกำไรของบริษัท 

PSTC แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ อนุมัติให้เข้าลงทุนซื้อหุ้นในนวรัตน์ ร่วมกับบริษัท โกลเด้น โกลบ แอสเสท แมเนจเม้นท์ จำกัด (โกลเด้น โกลบ) ในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนนวรัตน์ คิดเป็นมูลค่ารวม 16.5 ล้านบาท และเพิ่มทุนหุ้นสามัญ 3 แสนหุ้น พาร์หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท โดยบริษัทมีสัดส่วนการลงทุน 51% คิดเป็นจำนวน 23.72 ล้านบาท และโกลเด้น โกลบ มีสัดส่วนลงทุน 49% คิดเป็นจำนวน 22.79 ล้านบาท 

สำหรับการลงทุนในส่วนของบริษํท จะเป็นเงินลงทุนในส่วนของการซื้อหุ้นสามัญนวรัตน์ จำนวน 102,000 หุ้น มูลค่า 8.42 ล้านบาท และการเพิ่มทุนหุ้นสามัญจำนวน 153,000 หุ้น มูลค่า 15.3 ล้านบาท โดยการชำระเงินแบ่งเป็น การชำระเงินค่าหุ้น ซึ่งจะเป็น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะชำระ 5.1 ล้านบาทภายในเดือนต.ค.58 และชำระ 3.32 ล้านบาท หลังจากที่นวรัตน์ได้รับการอนุมัติให้ขยายกำลังการผลิตในบัตรส่งเสริม ภายในเดือนพ.ค.59 ส่วนการชำระเงินค่าหุ้นเพิ่มของนวรัตน์นั้น แบ่งเป็น 2 ครั้งเช่นกัน โดยชำระ 10.81 ล้านบาทภายในเดือนต.ค.58 และชำระจำนวน 4.49 ล้านบาทภายในเดือนพ.ย.58

บริษัทระบุว่าการลงทุนครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างขอบข่ายการดำเนินธุรกิจทางด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และคาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพในการทำกำไรของบริษัท โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สังคมจ่าวหุ้น 30-10-2558

สังคมข่าวหุ้น
2015-10-30 

คาเฟอีน

 

หนังสือพิมพ์รายวัน “ข่าวหุ้นธุรกิจ” กระบอกเสียงอิสระแห่งตลาดทุน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2558

*ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ดัชนีร่วงหลุด 1400 จุด ส่วนปัจจัยลบเห็นเขาว่ากันว่ามาจากเรื่องนายกฯ พูดขู่เรื่องปิดประเทศอะไรนั่นแหล่ะ นักลงทุนก็เลยเกิดอาการตื่นตูม ปรับพอร์ต ขายไว้ก่อน ควันเริ่มจางแล้วค่อยเข้ามาใหม่ “คาเฟอีน” ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์อะไร เพราะมีคนบอกว่า ห้ามคิด ห้ามสงสัย และให้ฟังท่านผู้นำ

*หุ้น JASรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/58 กำไรสุทธิ 882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนรอบ 9 เดือน  กำไร 1.46 หมื่นบ้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 2.38 พันล้านบาท ส่วนตัวเลขที่มันกระโดดขึ้นมาแบบนี้ก็มาจากบันทึกรายการที่เกี่ยวข้องกับ JASIF เมื่อช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

*SAWAD แรงต่อเนื่อง หลังโบรกฯ คาดกำไรไตรมาส 3 จะทำนิวไฮ และไตรมาส 4 ก็จะยิ่งนิวไฮอีก ส่วนล่าสุดไปประมูลหนี้เอ็นพีแอลของกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่มาบริหารได้อีก งานนี้กระเป๋งตุงแน่นอน เพราะกำไรจากการบริหารเอ็นพีแอลจะได้กว่า 50% ส่วนราคาเป้าหมายของ SAWAD อยู่เกินกว่า 50 บาท วานนี้ปิด 43.50 บาท หุ้นยังมีอัพไซด์อยู่อีก

*COM7ยังวิ่งสวนตลาด ปัจจัยบวกมาจากยอดกการสั่งจอง Iphone 6s และ 6s Plus ที่มีมากกว่าคาดการณ์กันไว้ น่าจะช่วยดันกำไรของ COM7 ไตรมาส 4 บินติดลมบนแน่ๆ รวมถึงกระแส 4G ที่กำลังมีการประมูลกันในต้นพ.ย.นี้ คนก็น่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือกันสนุกสนาน งานนี้รับเต็ม

*หุ้น SCI  ถูกเจ้ามือทุบลงมาคอแทบหัก(หรืออาจจะหักไปแล้ว) หลังถูกลากขึ้นไป แล้วมีแมงเม่าบินตามไป ปรากฏว่าหลายเม่าแลนด์ดิ้งไม่ทัน ก็ต้องจ่ายรอบวงตามระเบียบ ไม่อย่างนั้นก็ต้องนั่งแช่อยู่บนดอยไป จนกว่า เจ้ามือจะบินมารับรอบใหม่ หรือจะไม่กลับมาก็ไม่รู้

*ดัชนีที่ปรับลงต่ำกว่า 1400 จุด ทำให้ แนวนี้จากเดิมเป็นแนวรับทางจิตวิทยา ก็กลายมาเป็นแนวต้านไปซะแล้ว  และแนวรับก็มาอยู่แถว 1380 จุด และหากยังไม่มีปัจจัยบวกอะไรที่ใหม่ๆ เข้ามา แล้วดัชนีหลุด 1380 จุด ก็ไปพบกันอีกทีที่ 1350 จุดโน่นเลย คำแนะนำของโบรกฯ ก็ต้องเลือกเล่นเป็นรายตัว ฮอตๆ หน่อยก็ต้องกลุ่มสื่อสารไม่พ้น ADVANCTRUE และ INTUCH ส่วน DTAC ก็ต้องดูตาม้าตาเรือหน่อย ช่วงนี้ฮวงจุ้ยของหุ้นไม่ค่อยดี

*โรงพยาบาลลาดพร้าว LPH เปิดเทรดวันแรกปิดสวยนะ บวกขึ้นมากกว่า 40% แต่วันถัดมา ร่วงลงไป 5.63% มาที่ 6.70 บาท ยังไงก็ยังเหนือไอพีโออยู่ แต่หากดูค่าพี/อี 55 - 57 เท่า ก็แอบมีเสียงกันหน่อย เพราะวอลุ่มก็ยังเยอะอยู่ เกรงว่าอาจเข้าเกณฑ์ได้ใช้สิทธิแคชบาลานซ์ในสัปดาห์ถัดไปนะสิ

*เบื้องต้นค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงออกมาอย่างไม่เป็นทางการ นั่นคือ ถูกดสุด 16 บาท แพงสุด 42 บาท หากดูแบบนี้ก็พอจะโอเค ไม่เท่าไหร่ พอจะรับได้บ้าง แต่หากนั่งสายสีม่วง แล้วมาต่อสายใต้ดินปัจจุบัน(ส่วนใหญ่ก็จะต้องใช้บริการแบบนี้) เมื่อนำมารวมๆ กัน ค่าโดยสารมาทำงาน อาจใกล้ๆ 100 บาท ต่อเที่ยว เมื่อรวมขากลับด้วย ก็น่าจะ 150 บาท คำถามคือ แพงไปไหม? ส่วนอัตราค่าโดยสารก็จะไปเทียบกับบีทีเอสไม่ได้ เพราะเอกชนลงทุนทั้งหมด ส่วนสายสีม่วง รัฐบาลลงทุนระบบรางและโครงสร้าง คือ...ราคามันควรถูกกว่าไม่ใช่เหรอ

*หุ้นร้อนประจำวัน29ต.ค.2558 ที่มีราคาและมูลค่าซื้อขายปรับขึ้นแรงและอยู่ระหว่าง (Trading Alert List) และขยายช่วงดำเนินการ ได้แก่ บริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STAR, ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2 หรือ STAR-W2 ทำให้เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 2 : ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance มีผลตั้งแต่วันที่  30 ต.ค.-19 พ.ย. 2558 
ดัชนีวันนี้ถอยแรงกว่าที่คิด และลึกกว่าที่คาด โดยเปิดบวกและแกว่งในแดนบวกประมาณครึ่งชั่วโมงแรก หลังจากก็แกว่งแคบ จนมาไหลลงหลุด 1400 เหมือนกระโดดลงหน้าผาในช่วงเที่ยง บ่ายเปิดมาก็ไหลลงต่อจนลงไปต่ำกว่าแนวรับตามเส้น 25 วันที่ 1392 แม้ช่วงปลายตลาดพยายามรีบาวด์กลับขึ้นบ้าง แต่ตอนปิดก็ถูกทุบลงไปต่อ ทำให้ดัชนีปิดใกล้เกือบจุดต่ำสุดของวัน สาเหตุที่ไหลลงนอกเหนือจากตามตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยเฉพาะตลาด TIP เรื่องคำพูดทางการเมือง และ คดี 112 ก็มีผลด้วยเช่นกัน ทำให้มีแรงขายในหุ้นตัวใหญ่ทั้งกระดาน แม้ PTT จะพยายามบวกสวน ก็ยังยืนสู้ไม่ไหว
สำหรับแนวโน้ม เมื่อมีสัญญาณขายเกิดขึ้น หลังจากดัชนีหลุดเส้น 75 และ 25 วันลงมาภายในวันเดียวกัน และวอลุ่มก็มากขึ้น รวมทั้งเครื่องมือสนับสนุนก็ชี้ไปในทางลบ ไม่ว่า directional indicator ที่เส้นบวกตัดเส้นลบลงมา เส้น MACD ตัดเส้น signal ลงมาด้วยเช่นกัน จึงทำให้ภาพระยะกลางเปลี่ยนแนวโน้มเป็นลบ ทั้งนี้มองแนวรับระยะสั้นที่ 1380 ที่คาดหมายว่าอาจจะมีเทคนิเคิลรีบาวด์ เพราะดัชนีร่วงมา 4 วันติดต่อกันแล้วกว่า 42 จุด โดยฝากความหวังรีบาวด์กับกลุ่มแบงค์ที่ร่วงมามากสุดรอบนี้ และถ้าการรีบาวด์ไม่สามารถกลับไปยืนเหนือเส้น 25 วันที่ 1492 ก็จะเป็นการรีบาวด์เพื่อลงต่อ
กลยุทธ สั้น ลด ละ เลิก ลด คือ ลดพอร์ตเมื่อหลุด 1400 ละ คือ ไม่ซื้อคืน เลิกคือ เมื่อหลุดเส้น 25 วันลงมา ต่อไปพิจารณาเล่นขาลงโดยพิจารณา short SBL หรือ put option ; กลาง ล้างพอร์ต
หุ้นเด่น sawad apcs
หุ้นดับ rci tpipl true br mcs
By Trend Talks 

บาดตาเซียน 30-10-2558

(DJing)บาดตาเซียน 30-10-2015 ...<technical analysis>

SAWAD  -   สวัสดี อีกครั้งครับ

ที่มาที่ไป…  ไม่ใช่ว่าลืม หรือ ขี้เกียจหาหุ้นตัวใหม่มาเขียนนะครับ มันก็ต้องมีประเด็นใหม่มาเขียนสิถ้าจะแนะนำหุ้นตัวเดิม แต่ก็คงไม่เขียนตัวเดิมๆ ไป 4-5 วันแน่ละครับ… ก็อ่านในช่วงของเทคนิคก็แล้วกันว่า วันนี้ จะเอาเรื่องเทคนิคแบบไหนมาว่ากันในตัวหุ้น SAWAD… จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้เหนือเมฆอาจจะมึนๆ งงๆ อยู่บ้าง เพราะอาจจะมีโครงการใหญ่ๆ รออยู่ เนื้องานยังไม่เรียบร้อยดี ก็ต้องมีกันบ้างที่สมอง อาจจะไม่รับรู้เรื่องรอบตัว อย่างวันวานนั้น เข้าที่ทำงาน ก็นั่งเขียนบทวิเคราะห์ทางเทคนิค “Trading Today” แน่นอนล่ะครับ เปิดกราฟ SET Index ดู เห็นแบบนั่น ก็จัดไปในแนวโน้มระยะสั้นว่า “ลง” เขียนเสร็จ ก็ส่งสิ จะไปสนใจหรือรีรออะไรล่ะ… ประเด็นเลยมีอยู่ว่า ลูกค้าหรือเจ้าหน้าที่การตลาดไม่แน่ใจ โทรถามซะ เองงง “คุณสิทธิพร วันนี้ตลาดจะลงจริงหรือครับ อ่านบทวิเคราะห์แล้วเหมือนวันนี้เอาลง”… อ้าว ก็เลยถามไปว่า ทำไมล่ะครับ เหนือเมฆเขียนผิดหรือนี่ ก็ตามเทคนิคระยะสั้นนะครับ ต้องลง… ที่ไหนได้ ไม่เคยสนใจใครเลย ชาวบ้านเขาว่าขึ้นกันซะส่วนใหญ่ หรือไม่ก็อย่างน้อย ต้องมี Rebound กันได้ แล้วในที่สุด ก็ตามที่เซียนใหญ่บางท่านเคยว่าไว้ “เทคนิค ไม่เคยหลอกใคร”… แต่ที่ตอบไม่ได้ คือ ลูกค้าบางท่านโทรไปบ่นแบบขำๆ ว่า อ่านบทวิเคราะห์ของค่ายเหนือเมฆหมดแล้ว “ไม่รู้จะเล่นทางไหนดี”… ก็ต้องขึ้นอยู่ว่า ท่านเน้นสายไหนล่ะ จะใช้สายเทคนิคหรือสายพื้นฐาน ก็ต้องแยกให้ได้ก่อนเลยนะ… แต่ 2 อย่าง มีสอนที่ UTRADE School นะ

ดูตามเกม… ในวันวานแล้ว เห็นมาเล่นในตอนท้ายๆ ทำให้ยังน่าจะมีโมเมนตั้มต่อในวันนี้ ก็เลยเอาเรื่องของสัญญาณทางเทคนิค การเก็งกำไรระยะสั้นมาว่ากันเสียหน่อย เผื่อคนเล่นสั้น อยากซื้อ

แนวรับ  : … สำหรับเก็งกำไร 43.0-42.5 ยังพอไหว ห้ามหลุด 42.0
เป้าหมาย  : … มอง 46.0 แล้วดูการพักตัว ถ้าไม่พัก สัปดาห์หน้าดู 52.0 

ความเห็นเซียน………………………. โดย เหนือเมฆ

กราฟ SAWAD… วันนี้เอาเรื่องของการอ่านแนวโน้มระยะสั้น ซึ่งก็ใช้เครื่องมือของการเล่นระยะสั้นมาว่ากัน ต่างจากวันวานเลย ที่เอาเรื่องการมองยาวๆ มากกว่า… จากภาพนี้ เราได้เห็นสัญญาณ Golden Cross มาก่อนแล้ว และในระยะสัปดาห์ที่ผ่านมา การพักตัวนั้น ก็สามารถยืนบน MA เส้นที่สั้นกว่าได้ ซึ่งระยะ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็เด้งขึ้นมาได้ด้วย แนวโน้มของ MA ยังมีทิศทางที่ดี ยังไม่มีสัญญาณขาย แล้วในภาพนี้ เรายังได้รูปแบบราคาเป็น Flag โดยเป้าหมายของ Flag จะอยู่ที่ 46.0 นะครับ (ส่วน เป้าระยะสั้นที่ 52.0 มาจากไหน วันนี้ ถ้าไปถึง 46.0 ได้ เดี๋ยวสัปดาห์หน้ามาว่ากันถึงเป้า 52.0 ว่ามายังไง)
โบรกฯ คาดพรุ่งนี้ SET รีบาวน์ทางเทคนิค หลังเผชิญแรงขายแบบ Panic sell ตอบรับแรงกดดันจากผลประชุมเฟด 

   โบรกฯ คาดพรุ่งนี้หุ้นไทยรีบาวน์ทางเทคนิค หลังเจอแรงขายแบบ Panic sell ตอบรับเฟดยังส่งสัญญาณปรับขึ้นดบ. รอบการประชุมเดือน ธ.ค. 58 แต่หุ้นไทยตอบรับไปพอสมควร ทั้งลุ้น ECB-BOJ ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม แนะซื้อ ITD-CK-AMATA-KTB-TMB ประเมินแนวรับ 1,387-1,385 จุด แนวต้าน 1,410 จุด 

   นายกรภัทร  วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรง เผชิญแรงขายแบบ Panic sell ตอบรับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) แม้ว่าจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบล่าสุด แต่ยังคงส่งสัญญาณเดิมว่าจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือน ธ.ค.นี้ โดยตัดการพิจารณาภาวะเศรษฐกิจโลกออกไป ซึ่งยิ่งสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมจากเดิมว่าเฟดมีโอกาสจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้จริง ดังนั้นจึงมีแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมาในระยะสั้น 

   นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากในประเทศ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน Q3/58 ในหุ้นหลาย ๆ ตัว มีแนวโน้มว่าจะออกมาต่ำกว่าคาด เช่น BANPU อีกทั้งแรงขายหุ้น SAMART-SAMTEL ยังกดดันหุ้นตัวอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานของภาครัฐอีกด้วย

   สำหรับพรุ่งนี้คาดหุ้นไทยรีบาวน์ทางเทคนิค หลังตอบรับ Sentiment เชิงลบจากต่างประเทศ ต่อกรณีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ซึ่งก่อนหน้านี้ตอบรับข่าวไปพอสมควร ฉะนั้น กรอบการลงทุนหนึ่งเดือนจากนี้ไป ดัชนีฯ มีโอกาสแกว่งตัวขึ้น (Sideway up) ด้วยแรงคาดหวังการดำเนินนโยบายทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อีกทั้งการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า คาดว่า ครม. จะอนุมัติมารตการการลงทุน BOI เพิ่มเติมอีกด้วย 

   ขณะที่กรณีเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้จริง ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในหุ้นไทย แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าอัตราที่จะปรับเพิ่มขึ้นนั้น เพิ่มขึ้นในระดับไหน 

   ด้านกลยุทธ์ แนะซื้อ ITD-CK-AMATA-KTB-TMB พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,387-1,385 จุด แนวต้าน 1,410 จุด